วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วิธีคิดบวก

วิธีคิดบวก เพื่อชีวิตที่เป็นบวกมาฝากกัน


1.สร้างความเชื่อมั่น ว่า ‘เราต้องทำได้’ ไม่ว่าจะเจอปัญหาใด ๆ ให้มองด้านบวกไว้ แม้จะคิดว่าจัดการไม่ได้ทั้งหมด แต่เชื่อเถอะว่าคุณสามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ หลักสำคัญคือการตั้งสติศึกษาปัญหา แล้วค่อย ๆ แก้ไข ขอเพียงหลีกเลี่ยงความคิดที่ว่า ‘ฉันทำไม่ได้แน่ ๆ’

2.สร้างจินตนาการ ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะต่อสู้กับอุปสรรค และอยากทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป รวมไปถึงการมีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มองทุกอย่างด้วยความเป็นกลาง เพื่อชีวิตที่สมดุล
3.คิดถึงความสำเร็จ แม้ทางไปสู่จุดหมายจะพบอุปสรรคบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญไม่ควรมองตัวเองว่าไม่มีความสามารถ และ ‘อย่านำตัวเองไปเปรียบกับใคร’ เพราะเราไม่ใช่ใคร และใครก็ไม่ใช่เรา แต่ละคนมีทักษะต่างกัน แค่ตั้งใจทำให้ดีที่สุดก็พอแล้ว
4.คิดอย่างมีเหตุผล เมื่อเกิดข้อผิดพลาดในเรื่องต่าง ๆ อย่าโทษตัวเองทุกเรื่อง และอย่าคิดว่าครั้งต่อ ๆ ไปก็จะผิดพลาดตลอด ควรใช้หลักการคิดอย่างมีเหตุผล เพราะหลายคนมักประเมินมาตรฐานตนเองต่ำเกินไป จึงยิ่งบั่นทอนความมั่นใจให้ลดน้อยลง

แนวทาง ‘คิดบวก’ เพียงเท่านี้ นอกจากจะช่วยโบกมือบ๊าย บาย อุปสรรคทางความคิด ‘กลัว’ แล้ว ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตเป็นบวกได้ง่าย ๆ ด้วย.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

7 วิธีคิดอย่างคนเก่ง

7 วิธีคิดอย่างคนเก่ง " 7 Thinking method to be genius "

การเป็นคนเก่ง ไม่ใช่ความโชคดีของพันธุกรรมหรอกนะ

อยู่ที่การฝีกขัดเกลาสมองและหัวใจของคุณต่างหาก

แล้วคุณจะมีความปราดเปรื่องในแบบฉบับของคุณเป็นคนเก่ง

ที่สามารถจัดการกับชีวิตของตนเองได้อย่างลงตัว



คิดในทางบวก

มองโลกในแง่ดี และทำทุกสิ่งอย่างเต็มกำลัง ด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน

ทำตัวให้สดชื่น มีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นอยู่เสมอ

พร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์

จะช่วยให้คุณสามารถที่จะจัดการกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาได้อย่างอยู่มือ



มีศรัทธาในตัวเอง

ถ้าแม้แต่ตัวคุณเอง ยังไม่ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วจะมีมนุษย์หน้าไหนล่ะ

จะเชื่อในความเก่งของคุณอยากให้ใครๆ เขาชื่นชอบและทึ่งในตัวคุณ คุณก็ต้องมั่นใจตัวเองก่อน



ขอท้าคว้าฝัน

ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังมากเท่ากับความตั้งใจจริง และทุ่มสุดตัวหรอกนะ

ความกระหายอันแรงกล้า ที่จะพาตัวเองไปสู่จุดหมาย นั่นแหละเป็น

แรงผลักดันที่จะทำให้คุณสานฝันสู่ความจริงได้

ค้นหาบุคคลต้นแบบ

ใครก็ได้ที่คุณชื่นชม เพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีในการดำเนินรอยตาม ศึกษาแนวคิด

วิธีการทำงาน จุดเด่นในตัวเขา เผื่อว่าเราจะได้ไอเดียแจ๋ว ๆ

มาปรับใช้ให้ชีวิตก้าวโลดสู่ความสำเร็จกับเขามั่ง



เริ่มต้นงานใหม่ทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใส

คนที่มีรอยยิ้ม ระบายไว้บนใบหน้า เสมือนประตูที่เปิดกว้าง

ให้ใครๆ อยากเข้ามาคบหาด้วย การเจรจาติดต่องาน ก็มักจะลงเอยด้วยความสำเร็จ

มากกว่าคนที่หน้าตาแบกโลกนะคะ

นอกจากนี้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยังสร้างความเบิกบาน และคลายทุกข์

แถมยังเป็นยาอายุวัฒนะชั้นอ๋อง ที่ทำให้เราดูเป็นวัยสะรุ่นตลอดกาล

รู้อย่างนี้แล้ว..หัดติดรอยยิ้มไว้ที่มุมปากกันเป็นประจำนะ



เรียนรู้จากความผิดพลาด

ก็สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จะเป็นอะไรเชียวถ้าเราจะทำอะไร

แล้วจะยังไม่สำเร็จอย่างที่หวังไว้ เพียงแต่ขอให้ทำเต็มที่ และเปิดใจให้กว้าง

ยอมรับความจริง หันมาทบทวน ดูว่ามีขั้นตอนไหนที่ผิดพลาดไป...

เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิม



ทะนุถนอมมิตรสัมพันธ์เก่าๆ

คงไม่มีใครที่จะอยู่อย่างมีความสุข โดยปราศจากเพื่อนหรือมิตรที่รู้ใจหรอกนะ

แม้ว่าในชีวิตแต่ละวันของคุณจะวุ่นวายแค่ไหนก็ตาม

คุณควรจะมีเวลาให้กับเพื่อนซี้ ที่รู้จักมักจี๋กันมานานซะบ้าง แวะไปหากัน

เมื่อโอกาสอำนวย ชวนกันออกมาทานข้าวในช่วงวันหยุด ส่งการ์ดปีใหม่

หรือร่อนการ์ดวันเกิดไปให้ เผื่อในยามที่คุณเปล่าเปลี่ยวหงอยเหงา

เศร้าทุกข์ใจ ก็ยังมีเพื่อนแสนซื้ ไว้พื่งพา และให้กำลังใจกันได้นะ

ที่มา : ชวน

คุณจะอยู่กับใคร?

 ชายคนหนึ่งรักผู้หญิงสองคนพร้อมๆกันและไม่รู้ว่ารักใครมากกว่ากัน?มีคนสอนว่าเมื่อคุณมีเรื่องสุขใจใครกันเล่าเป็นคนแรก


ที่คุณคิดจะบอก?คนที่คุณคิดถึงก่อนคนแรกแท้จริงคือคนที่คุณรักมากกว่า(หน่อย)ไม่..นี่ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะพิสูจน์ความรัก

เวลาที่คุณมีเรื่องทุกข์ใจ ใครกันเล่าที่คุณคิดถึงก่อน?คนที่คุณคิดถึงก่อนนั่นแหละคือคนที่คุณรักมากกว่าหากคนที่คุณคิดถึงก่อนทั้ง

เวลาสุขและทุกข์คือคนๆเดียวกัน นั่นคือสิ่งที่วิเศษสุด

แต่หากว่าเป็นคนละคนกัน เราแนะนำให้คุณเลือกคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณเวลาคุณมีเรื่องทุกข์ร้อนใจ

ชีวิตคนเราทุกข์มากกว่าสุข เวลาคุณมีความสุขมีคนมากมายที่พร้อมจะแบ่งปันความสุขกับคุณ ไม่เพียงแต่เฉพาะแฟนสุดที่รัก

แม้กระทั่งเวลามีความสุขคุณยังสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้แต่ไม่ใช่จะทุกคนที่พร้อมจะแบ่งปันความทุกข์ของคุณ

คุณพร้อมแบ่งปันความทุกข์ด้วยแท้จริงคือคนที่คุณต้องการมากที่สุดและอยากอยู่ใกล้ชิดมากที่สุด

ในทางกลับกันคนที่คิดถึงคุณเวลามีความสุขและไปหาผู้อื่นเวลามีความทุกข์เป็นคู่รักที่ไม่มั่นคงเอาเสียเลย

เพราะเขาคนนั้นไม่คิดจะให้คุณเป็นคู่รักที่อยู่ร่วมทุกข์สุขด้วยตลอดชีวิต

เราคงดีใจถ้าหากคนที่เรารักคิดถึงเราก่อนในเวลาที่เขามีความสุข แต่ถ้าอยากอยู่ใกล้ชิดเราเวลาที่เขามีความทุกข์เศร้า

พร้อมให้เราเห็นตัวเขาในสภาพที่เขาอ่อนแอทุกข์ร้อนเราเชื่อว่าเราต้องมีความสำคัญมากๆในสายตาของเขา

.............

ในเวลาที่คุณมีความทุกข์เศร้า คุณคิดแบ่งปันกับใคร?

.............



ที่มา : admin

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อรุณรุ่งของมุสลิม

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีผู้ศรัทรามากศาสนาหนึ่งในประเทศไทย มีประวัติการต่อสู้ความเป็นมาที่ยาวนาน กว่าจะเป็นศาสนาอิสลามที่มีความเป็นหนึ่งมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนอย่างที่ปรากฏในปัจจุบันนั้น เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ทางศาสนาที่สำคัญ เป็นตัวอย่างของความสามัคคี และอุดมการณ์ เป็นเส้นทางเดียวกัน ที่มุสลิมทุกๆคนจะต้องเดินไปในเส้นทางเดียวกัน คนแล้วคนเล่าไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกัน ๑๔๐๐ ปี ผ่านไปเส้นทางนี้ก็ยังคงเป็นเส้นทางเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสืบต่อกันมาหลายช่วงอายุคน เป็นศาสนาที่ควรศึกษาให้เข้าใจมากกว่าการวิจารณ์แต่เฉพาะสถานณกาณ์ที่ปรากฏในโลกปัจจุบันเท่านั้น.

อรุณรุ่งของอิสลามในสี่จังหวัดภาคใต้ เป็นความอบอุ่นของมุสลิมในผืนแผ่นดินไทย ที่ได้รับสิทธิและโอกาสมากมายของรัฐบาล และน้ำพระทัยทรงพระเมตตาของพระมหากษัตริย์ และราชวงษ์ต่อประชาชนชาวไทยมุสลิมในบริเวณนี้ มีการก่อสร้างพระราชวังทักษิณราชนิเวชน์ที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อเสด็จมาประทับเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องและประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามมีการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ให้การสนับสนุนในด้านศิลปวัฒนธรรมของอิสลามเช่นการเขียนผ้าบาติก การเขียนภาพวาดเรือกอและ อาหารพื้นบ้านเช่น ข้าวยำ น้ำบูดู ข้าวเกรียบปลา ไตปลาเป็นต้น ความสงบสุขในโลกของอิสลามสี่จังหวัดภาคใต้เป็นชีวิตสงบตามจริยธรรมและวัฒนธรรมอิสลามจริงหรือไม่ ๑๔๐๐ ปี ผ่านไปด้วยการต่อสู้ที่ยาวนาน มาจนถึงปัจจุบันนี้ มุสลิมในประเทศไทยในสี่จังหวัดภาคใต้หยุดการต่อสู้รึยัง ?

คำถาม - คำตอบ - ยังเป็นเป็นปัญหาท่าทีดูเหมือนสงบแต่บางครั้งก็เกิดพายุเป็นครั้งคราว วิเคราะห์จากหลักศาสนา วิเคราะห์จากอุดมการณ์ วิเคราะห์จากความรักและศรัทราในศาสนา เหตุใดมุสลิมในสี่จังหวัดภาคใต้ท่าทีเหมือนสงบแต่สถานการณ์ที่ปรากฎรุนแรงเหลือเกิน ทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ภายใต้ธงไตรรงค์ที่โบกสะบัดคู่กับสัญญลักษณ์ดาวและพระจันทร์นั้นไม่ว่าจะปรากฎในสถานที่เป็นมัสยิด โรงเรียนปอเนาะ โรงพยาบาล สถานเลี้ยงเด็กอ่อน ที่ทำการกำนันผู้ใหญ่บ้านแสดงความแตกต่างหรือความเป็นหนึ่งเดียวของอิสลามมิคหรือไม่

ความแตกแยกของอิสลามมิคทั่วโลก มองดูเหมือนไม่มี โดยหลักศาสนาคำสอนและหลักปฏิบัติมีหลักการที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว มีศูนย์รวมที่เดียวกันคือพระอัลเลาะห์

คัมภีร์อัลกุอ่านก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ๑๔๐๐ ปี อย่างไร ค.ศ. ๒๐๐๔ ก็เช่นนั้น แต่จิตใจของมนุษย์ในประวัติศาสตร์กับปัจจุบันสามารถสืบทอดเจตนารมณ์ต่อเนื่องได้อย่างชัดเจน

ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่สอนให้ผู้คนรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตน มีความรักในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน การละหมาดเป็นการขัดเกลาจิตใจให้มนุษย์มีจิตใจที่สะอาดงดงาม จริยธรรมและวัฒนธรรมเป็นความประพฤติที่ทำให้สังคมสงบสุข แต่เหตุใดพี่น้องมุสลิมในสี่จังหวัดภาคใต้จำต้องรับความเดือดร้อน ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน ความสงบสุขในสังคมท้องถิ่นที่ตนรักและหวงแหน จากผลของมุสลิมบางกลุ่มด้วยกันเอง

ในยุคท่านนบี ยุคคาลิฟ และราชวงค์อุมัยยาด อิสลามได้สร้างสังคมของชาวอาหรับและโลกของมุสลิมขึ้น เป็นยุคที่ยกย่องผู้มีความรู้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสามัญชนและได้รับความเคารพนับถือมากกว่าผู้มีเงินทอง การศึกษาในยุคสมัยนี้มีความสำคัญต่อมุสลิมมากและมีการพัฒนาการเรียนการสอนพระคัมภีร์ควบคู่ไปกับการสอนทางโลกปัจจุบัน

ต่อมาใน ค.ศ. ๗๕๐-๑๐๐๐ โลกอิสลามได้แผ่ไพศาล มีการประกาศศาสนาจากอินเดีย เอเชียกลาง สเปน มอรอคโค วัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ของกรีก เปอร์เซีย อียิปต์ ยิว คริสต์ อินเดีย ได้ถูกแปลเป็นภาษาอาหรับ มีการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาเป็นผลสำเร็จของนักวิชาการมุสลิม วิชาการต่างๆได้เจริญก้าวหน้ามากมายทุกสาขา เช่น วรรณคดีอาหรับ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี พจนานุกรม ไวยากรณ์ วิชาการสำรวจ ในยุคนี้มีการแตกแยกเป็นนิกาย และทางความคิดในเรื่องการแปลพระมหาคัมภีร์อัลกุอ่านเป็นภาษาต่างๆทั่วโลก มีการจัดตั้งห้องสมุด จัดสร้างมัสยิดในเมืองต่างๆทั่วโลกมีการส่งครูไปสอน จัดให้มีทุนการศึกษาและเพื่อการค้นคว้า ต่อมาในศตวรรษที่ ๑๑ มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัย และมีการจดบันทึกความรู้ด้วยกระดาษมีการศึกษาวิชาการแพทย์อย่างกว้างขวาง มีการเขียนตำราที่ผ่านการตรวจสอบและจัดพิมพ์เพื่อใช้เป็นตำราในการสอนและเผยแผ่ความรู้ต่อไป

ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๕ ความก้าวหน้าอยู่ที่อินเดีย ซิซิลี สเปน อาฟริกาเหนือ นักวิชาการแนวหน้าเริ่มมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทัศนคติของนักศาสนาเริ่มเฉยเมยต่อวิทยาศาสตร์เริ่มมีการขัดแย้งกันเองเพราะผู้ที่เรียนวิชาคำนวนนั้นมักจะหันหลังให้พระเจ้า แนวการศึกษาส่วนใหญ่นั้นจึงมุ่งเฉพาะวิชาศาสนาเท่านั้น "สงครามคูเสด" จึงเริ่มขึ้น

ศตวรรษที่ ๑๕-๑๙ อิสลามหยุดนิ่ง เพราะปัญหาสงครามภายนอก คือ สงครามคูเสด และสงครามภายในคือความไม่สงบในโลกมุสลิม และสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนเส้นทางการค้าของโลกจากเส้นทางสายไหมเป็นเส้นทางเดินเรือจากตะวันออกกลางไปแอฟริกาใต้ มีผลต่อเศรษฐกิจ การศึกษา และ วัฒนธรรมของอิสลาม ทำให้เกิดยุคเสื่อมของอิสลาม มุสลิมจึงหันเข้าหาศาสนาอีกครั้ง การศึกษาของเยาวชนก็ตกต่ำ

ศตวรรษที่ ๑๙ ชาวอาหรับและโลกมุสลิมเริ่มมีการฟื้นฟูจากอิทธิพลของตะวันตกคือยุโรปและอเมริกา และการเคลื่อนไหวของกลุ่มเคร่งศาสนามีความคิดแนวใหม่จัดระบบการศึกษาเป็นแบบสากลนิยม จึงเกิดมหาวิทยาลัยที่มีการสอนศาสนาอิสลามควบคู่ในโลกมุสลิมด้วย เช่น วิทยาลัยดาริลอูลูมในมหาวิทยาลัยไคโร เฟคัลตี้ ออฟ รีลีเจียนในมหาวิทยาลัยซีเรีย นครดามัสคัสวิเคราะห์ได้จากการพัฒนาทางการศึกษาของอิสลาม

ศาสนาเป็นรากฐานการศึกษาของมุสลิมเสมอมา อิสลามมีการสนับสนุนให้มุสลิมมีการศึกษาแบบให้เปล่า และบังคับ มัสยิดนอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจแล้วยังเป็นที่ให้การศึกษาวิชาความรู้แก่มุสลิม การศึกษาของมุสลิมไม่เคยหยุดดังคำสอนของท่านนบี "จงศึกษาแต่ในเปลไปจนถึงฝังศพ"

อิสลามส่งเสริมการศึกษาแก่เยาวชนมุสลิม ตั้งแต่ประวัติศาสตร์จนถึงโลกปัจจุบัน ค.ศ. ๒๐๐๓ เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ อิสลามก็ยังคงสนับสนุนให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนมุสลิม โดยเฉพาะในสี่จังหวัดภาคใต้จะได้เยาวชนอิสลามรับสิทธิ์อิสลามในการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปกร มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น เป็นสิทธิพิเศษของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม เชื้อสายอิสลามและอาศัยอยู่ในเขตสี่จังหวัดภาคใต้คือ สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

นอกจากนี้มุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังได้สิทธิในการใช้กฏหมายอิสลามกับชาวมุสลิมด้วยกันในผืนแผ่นดินของประเทศไทย ชาวมุสลิมที่อาศัยในสี่จังหวัดนี้ยังสามารถเรียกตัวเองว่า "ไทยมุสลิม" มีข้อยกเว้นทางสังคมและทางราชการเพื่อมิให้ขัดต่อหลักศาสนามากมาย เช่น การอำนวยความสะดวกในการละหมาดมีการจัดสถานที่เป็นพิเศษ หรือการหยุดงานของข้าราชการมุสลิมในวันฮาลีรายอ การสวดมนต์ตอนเช้าของนักเรียนมุสลิมในโรงเรียนไทย การแต่งกายชนิดพิเศษนอกเหนือเครื่องแบบนักเรียนปกติเช่น ใส่ผ้าคลุมศรีษะ ใส่ถุงเท้าที่ยาวกว่าปกติ นุ่งกระโปรงยาวเกินกำหนด ของนักเรียนหญิงเป็นต้น นอกจากนี้สิทธิในด้านกฎหมาย การทำนิติกรรมใดๆ ก็มีสิทธิเท่าเทียมกันกับประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ แต่เหตุใด ความสงบของโลกมุสลิมบริเวณนี้จึงยังไม่ยุติ การเผยแผ่ศาสนาได้ยุติลงแล้ว สาวกเหล่านี้กำลังทำอะไรอยู่

ศาสนาที่ผ่านการเดินทางอันยาวนานหลายศตวรรษหลายชั่วคนสืบต่อกันมาหลายรุ่นมีความมั่นคงด้วยหลักธรรมที่สอนให้มุสลิมมีจิตใจสะอาด และมีความอ่อนน้อม มีความเท่าเทียมกันในสังคม โอกาสเปิดกว้างทางการศึกษา อนุญาติให้ใช้กฎหมายอิสลามกับมุสลิมด้วยกันในการตัดสินปัญหาสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินที่ดินต่างๆ การทำการค้าเสรี เป็นต้น

อรุณรุ่งของมุสลิม ณ ที่แห่งนี้ เหตุใดจึงไม่สว่างฉายแสงแสดงอัตลักษณ์ของอิสลามมิคชนให้โดดเด่นเหมือนโลกมุสลิมทั่วไป ที่มีแต่ความสงบสุข พี่น้องมุสลิมบริเวณชายแดนไทยต้องพบกับความสูญเสียที่เกิดจากการกระทำของมุสลิมบางกลุ่มเท่านั้น น้ำตาของมุสลิมด้วยกันที่ไหลอาบแก้มจะทำให้พระอัลเลาะห์ทรงโปรดหรือ เหตุใดจึงทำให้พวกเขามีความคิดเช่นนี้ ควรที่จะหันกลับมารับการศึกษาที่เป็นสากลเปิดใจตัวเองให้กว้างขึ้นยอมรับในกฎเกณฑ์ของสังคมและประเทศชาติ การรักและหวงแหนดินแดนอันที่เกิดเมืองนอนนั้นเป็นสัญชาติญาณของมนุษย์ทุกคน แต่คนเราเกิดมาในสังคมมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและสอนให้เป็นคนดี มีพระอัลเลาะห์เป็นสิ่งสูงสุด มีอิสลามมิคชนที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั่วโลก มุสลิมส่วนใหญ่ดำรงชีวิตด้วยความสงบ ปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด มีความสงบสุขในความเป็นเป็นมุสลิมที่ดีมีการศึกษาสูง มีอาชีพที่ดีได้รับการยอมรับในสังคมทั่วโลก เหตุใดคนกลุ่มน้อยพวกนี้จึงไม่ออกมาพัฒนาความคิดพัฒนาตนเองใช้สิทธิ์และโอกาสในความเสมอภาคของมุสลิมทั่วโลกทั้ง ๆที่สังคมและศาสนาให้โอกาสกับชีวิตพี่น้องมุสลิมมากมาย

คำว่า "งมงาย" แปลว่า ไม่เข้าใจ ยังมีคนบางจำพวกที่ไม่เข้าใจศาสนาตีความในพระคัมภีร์แบบผิดๆ ใช้ความรู้สึกนึกคิดของตนเป็นเครื่องตัดสิน มิได้เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายหรือเหตุผลที่แท้จริงของหลักศาสนา มิได้ประยุกต์คำสั่งสอนของศาสนาเข้ากับชีวิตประจำวันให้เป็นคนดีมีหลักธรรม
ปฏิบัติตนให้เป็นที่นิยมและอยู่ด้วยกันอย่างสันติ

อย่างไรก็ตาม หลักศาสนาเป็นสิ่งสูงส่ง ลึกซึ้ง ความรู้และสมองของมนุษย์มีขอบเขตจำกัดและมีระดับไม่เท่ากัน เหมือนบัวสี่เหล่าที่พระพุทธเจ้าจะสั่งสอนบุคคลสี่จำพวก ความสามารถในการอธิบายถ่ายทอด จำเป็นต้องใช้เวลา บรรยากาศ สถานภาพในสังคม การอธิบายให้เข้าใจแจ่มแจ้งได้หรือไม่เป็นบรรทัดฐานเพื่อวัดว่างมงายนั้นย่อมไม่ถูกต้อง การศึกษาศาสนานั้น ศาสนาทุกศาสนาเป็นที่ยกย่องบูชาของผู้นับถือศาสนานั้นการศึกษาเพื่อให้รู้ว่าอะไร อย่างไร ในศาสนาต่างๆ จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เรากระทำการในสิ่งที่กระทบกระเทือนหรือลบหลู่โดยมิได้เจตนาในศาสนาอื่นนั้น ย่อมเป็นวิสัยของผู้มีคุณธรรม

การละหมาดในยามอรุณรุ่ง เป็นการขัดเกลา และทำให้จิตใจสงบมีสมาธิ และก่อให้เกิดความคิดที่ดีงาม การเข้าใจในศาสนาเป็นสิ่งที่สำคัญ นำพาชีวิตไปสู่ความดีงามตามพระประสงค์ของพระอัลเลาะห์ผู้มีจิตใจอ่อนโยนและมีเมตตาต่อสาวกของพระองค์ ประวัติศาสตร์ย่อมสอนให้มนุษย์รู้จักคิด เก็บเป็นบทเรียนที่ควรศึกษาด้วยเหตุและผล ไม่ควรให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาแห่งการให้อภัย พระอัลเลาะห์ทรงอ้าแขนรับสำหรับผู้กระทำผิดต่อพระองค์ที่ยังคงมีศรัทราในตัวของพระองค์อยู่อย่างมั่นคง และพร้อมที่จะรับมุสลิมใหม่เข้าสู่โลกอิสลามหากบุคคลนั้นมีความศรัทราต่อพระอัลเลาะห์โดยไม่มีเงื่อนไข ศาสนาอิสลามยังคงความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว มีอัตลักษณ์และความโดดเด่นในโลกยุคปัจจุบัน

เหตุการณ์ของคนกลุ่มน้อยไม่อาจทำลายอิสลามมิคให้เสื่อมถอยไปจากโลกนี้ได้ ศาสนาทุกศาสนาย่อมมีเกิด มีดับ มีดีและไม่ดีปะปนกันไป ศาสนาก็ยังคงอยู่คู่กับมนุษย์เป็นสิ่งที่ดีที่สุดพร้อมที่จะเป็นอรุณรุ่งของวันใหม่แก่ทุกชีวิตของทุก ๆ วันในการทำความดี แก้ไขข้อผิดพลาดของวันวาน เปิดโอกาสให้แก่ทุกชีวิตมนุษย์มุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดของศาสนาโดยเท่าเทียมกัน.



น้ำทิพย์ ศรีจันทร์
นักศึกษาปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาศาสนาเปรียบเทียบ
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อิสลามกับเรื่องเพศ

อิสลามกับเรื่องเพศ


การแตกสลายของครอบครัว ความขาดตกบกพร่องและการศึกษาในรูปแบบที่ก่อให้เกิดการ ขาดระเบียบ ทางสังคม ตลอดจนความยุ่งเหยิงทางวัฒนธรรม ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความจำเป็นอันยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยเกิดมาก่อนที่ ต้องนำคำสอนของอิสลามเกี่ยวกับครอบครัว และวัฒนธรรมทางเพศมากล่าวถึงการรุกเข้ามาอย่างป่าเถื่อนของวิถีชีวิตแบบ ตะวันตก

การโฆษณาอย่างขาดมารยาทโดยผู้สร้างภาพยนต์ ทำให้แบบอย่างที่ดีทางเพศของชาวมุสลิมเหือดหายไป ตัวอย่างภาพเปลือยจากวีดีโอ การหาความสุขจากภาพเปลือย การโผล่ตัวออกมาของคนที่เป็นทอมอันเป็นงานที่ผลิต ขึ้นมาโดยสื่อที่ "ก้าวหน้า" ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดความ ตกต่ำเพราะไม่อาจควบคุมจิตใจและมีการละเลยมารยาท (อะดาบ) ของอิสลามบ้านที่แตกทำลาย คือหลักฐานที่เด่นชัดของความล้มเหลวทางจิตวิทยาและสังคมวิทยา"สมัยใหม่" จิตวิทยา และ สังคมวิทยาสมัยใหม่ได้ตั้งคำถามอยู่เสมอถึงการนำภาวการณ์ของท่านศาสดาสุด ท้ายมาใช้ใน ครอบครัวของเราทุกวันนี้และปฏิเสธ "ความมีเหตุผล" ของการนำการแก้ปัญหาของศตวรรษ ที่เจ็ดมาใช้โดยสมมุติฐานสองประการ
ประการแรกท่านนบีมุฮัมมัดรอซุลุลลอฮ์ มีชีวิตอยู่ใน"สังคมที่แตกต่างและสิ่งแวด ล้อมทางสังคม ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง" สมมุติฐานข้อที่สองคือ ภรรยาของท่านศาสดามุฮัมมัด ซึ่งเป็นมารดาแห่งศรัทธาชนนั้นมี "ความแตกต่างและหล่อหลอมมาดีกว่าผู้หญิงอื่นๆ ทั้งหมด ดังนั้นสิ่งที่พวกเธอทำจึงไม่อาจนำมาใช้กับผู้หญิงอื่น ๆ ของโลกร่วมสมัยนี้ได้"

อย่างไรก็ตามสมมุติฐานข้างต้นย่อมมีความผิดพลาดได้เพราะแม้ว่าท่าน ศาสดามุฮัมมัด จะมีชีวิตอยู่ในสมัยเก่าซึ่งเป็นสังคมเผ่าก็ตาม แต่ในสมัยของท่าน การคอร์รัปชั่น ความ โง่เขลา การขาดศีลธรรมทำลายศึลธรรม และคุณค่าทางวัฒนธรรมและความเลวร้ายที่บีบคั้นอยู่ กับวัฒนธรรมที่แปลกแยกก็ไม่ได้ มีน้อยไปกว่าสิ่งที่เรามีในประเทศ "มุสลิม" ที่ตกเป็นอาณานิ คมและในประเทศมุสลิมที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของ ตะวันตกแต่อย่างใด เป็นสิ่งที่ถูกต้องว่าภรรยา ของท่านศาสดา (อุมมะฮาตุลมุอ์มินีน) นั้นมีตำแหน่งพิเศษใน หมู่ผู้หญิงทั้งหมดในเมื่อพวกนาง ได้รับเกียรติอันเนื่องมาจากความใกล้ชิดผูกพันกับท่านศาสดาสุดท้าย ในอีกทางหนึ่ง พวกนางมีความเป็นมนุษย์ในทุกรูปแบบ และพวกนางก็มีทัศนคติที่กระจ่างชัดเท่ากับที่จะหวัง ได้จากผู้หญิงอื่น ๆ อาจกล่าวเพิ่มเติมได้ว่า ท่านศาสดา และภรรยา (ร.ฎ.) ของท่าน ต้อง เผชิญกับความยากจน และความลำบากในความเป็นมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ต้องเผชิญกับ การกล่าวหาอย่างผิด ๆ การสูญเสียภรรยา และบุตรอย่างน่าเศร้าโศก การเป็นศัตรูกับชาวยิว คนนอกศาสนาและคริสเตียน ฯลฯ ไม่เคยเลยที่ชีวิตของท่านจะไม่พบอุปสรรคชีวิตครอบครัว ของท่านศาสดาสุดท้าย นั้นเป็นความจริง ดังนั้นการประยุกต์เอาชีวิตซุนนะฮ์ (แบบฉัน)และแนวทางของท่านมาปฏิบัติใช้เราก็สามารถแก้ปัญหาได้ อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ผู้ทรงเกรียงไกร ได้กล่าวไว้ในอัลกรุอานว่า "แท้จริงในศาสนทูตของอัลลอฮ์ย่อมมีแบบฉบับอันดีงาม สำหรับพวกเจ้า" (33:21)
อาอิชะห์ (ร.ฎ.) ภรรยาผู้เป็นที่รักของท่านศาสดากล่าว่า "รอซูลุลลอฮ์ ไม่เคยตบตี ภรรยาและคนรับใช้ และท่านไม่เคยทุบตีสิ่งใด ๆ ด้วยมือของท่านยกเว้นเพื่อการต่อสู้ในหนทาง ของอัลลอฮ์"

แม้ว่าจะอนุญาตให้ใช้การสั่งสอนโดยใช้การลงโทษภรรยาที่จิตใจยังไม่ เป็นผู้ใหญ่ได้และ เป็นที่ยอมรับ ในอัลกุรอาน แต่ศาสดาก็มักจะไม่สนับสนุนการกระทำเช่นนี้ ท่านกล่าวว่า "ที่ดี ที่สุดในหมู่พวกท่านคือการไม่ตบตี" ตบหน้าเฆี่ยนด้วยแส้หรือไม้ เราอยู่ในยุคสมัยที่เรียก ว่ามีการทำตามใจชอบทางเพศเพศสัมพันธ์ทางธรรมชาติถูกแปรเปลี่ยนเป็นความสกปรก เป็นธุรกิจของการ "หาความสนุกสนาน"

ปัจจุบันนี้ลูกตุ้มของพฤติกรรมสังคมมันแกว่งจากลัทธิที่ถือความ บริสุทธิ์อย่างเสแสร้งของ ตะวันตกจน ถึงปลายสุดแห่งความสุดโต่งทางเพศเรื่องเพศได้หลุดออกมาจากเรื่องลับไปสู่ เรื่อง เปิดเผย การแสดงออก ทางเพศกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่และถูกนำมาใช้งาน ไม่เฉพาะในทีวี และในนิตยสารแบบเพลย์บอย หรือ หนุ่มเจ้าสำราญเท่านั้น แต่เรื่องเพศยังนำมาขายได้ทุก ๆ อย่าง ตั้งแต่เรื่องไข่จนถึงเรื่องรถไฟทีเดียว ที่เรียก กันว่า "การปฏิวัติทางเพศ" ในทศวรรษที่ 60 นั้นได้ นำมาซึ่งปัญหารุนแรงในบั้นปลายความหลงไหลในกามอารมณ์ ความบ้าคลั่ง และกามวิตถาร (เกย์ เลสเบี้ยน กะเทย ฯลฯ) ทั้งหมดนี้ล้วนหลุดออกมาจากหลุมมืดแห่งความเกินขอบเขตของพวกเขา คุณค่าของมนุษย์กับความรักตามธรรมชาติถูกแทนท ี่ด้วยการสมสู่แบบสัตว์ตามที่สาธารณะ อิสลามต่อต้านขบวนการปลดปล่อยผู้หญิงที่ปล่อยให้มีการผสมปนเปกันระหว่างเพศ ซึ่งผู้หญิงและผู้ชายมั่วสุมกัน ในสังคมโสเภณีแห่งโลกของความก้าวหน้านั้น คาร์ลมาร์กซ์ ได้วาดภาพเอาไว้แล้ว ใน "The Communist Manifesto" นั่นคือ "จากจุดหนึ่งของความเสื่อมทรามทางศีลธรรม ผู้คน ได้หันไปหาการผสมปนเปทาง เพศอย่างเสรีในที่สุด เมื่อไม่ได้รับความพึงพอใจทางเพศ ก็เลยหัน ไปสู่การเปลือยอย่างสุดสุด" สำหรับผู้มีจิตใจปกติชาวมุสลิมทั้งชายและหญิง จะต้องยอมรับว่าหาก พวกเขาและเธอไม่ปฏิบัติตามอย่างจริงจังต่อ แนวทางอิสลามตามคำสอนของท่านศาสดาแล้ว ระบบทั้งหมดของชีวิติก็จะต้องเสียหาย

การแยกบทบาททางเพศนั้นเป็นที่ต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ อัลลอฮ์ได้สร้างผู้ชายและผู้หญิง เพื่อใช้ให้ดำรงบทบาทอันสูงส่งในขอบเขตและกิจกรรมของพวกเขา อเล็กซิส คาร์เรล ผู้ได้รับรางวัลโนเบล จากฝรั่งเศสได้กล่าวไว้อย่างถูกต้องว่า "ความแตกต่างที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ชาย และผู้หญิงนั้นมีมาจากพื้นฐาน ลักษณะดั่งเดิมมากกว่าที่เรายอมรับกัน การเพิกเฉยต่อพื้นฐานหลัก นี้ก่อให้เกิดการสนับสนุนลัทธิปลดปล่อยผู้หญิงที่มีความเชื่อว่าสองเพศควรจะ มีความรับผิดชอบ ที่เหมือนกัน ในความเป็นจริงผู้หญิงนั้นต่างกับผู้ชาย อย่างลึกซึ้ง ผู้หญิงควรจะพัฒนาทักษะของตัว เองโดยไม่ลอกเลียนแบบผู้ชาย พวกปลดปล่อยสตรีมีความเข้า ใจผิดพลาดในเรื่องความเท่าเทียม กัน" สัญชาติญาณทางเพศเป็นพลังที่สำคัญที่สุดในการมีชีวิตอยู่อย่างมนุษย์ อิสลามได้ให้ภาพ ลักษณ์ที่สมบูรณ์ในพลังทางเพศ การยับยั้งชั่งใจในทางเพศเป็นพื้นฐานของสถาบันครอบครัวของ อิสลามจำนวนมาก โดยการแยกบทบาททางเพศ ผู้ชายจะมีบทบาทมากกว่า ความเหนือกว่าผู้ชาย มีอยู่หลายด้าน นั่นคือ ผู้หญิง จะต้องแสดงความเคารพต่อผู้ชาย และผู้ชายจะต้องคุ้มครองผู้หญิง ที่มีสรีระอ่อนแอกว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ระบบสังคมของอิสลามในเรื่องบุรดะฮ์ฮิญาบนั้นก็คือ การทำให้ผู้หญิงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ชาย การปล่อยตัวทางเพศของผู้หญิงและตัณหาที่ไม่อาจ ควบคุมได้ของผู้ชายนำไปสู่การขาดระเบียบทางสังคม และนำไปสู่ความตกต่ำทางวัฒนธรรมทั้ง หมด สถานะที่เหนือกว่าของผู้ชายได้บอกได้อย่างไว้อย่างชัดเจนใน อัลกุรอาน (4:34) ท่านศาสดา มุฮัมมัด กล่าวว่า "ชาติจะไม่รุ่งเรืองหากนำโดยผู้หญิง" มีเพียงนิกายนอกศาสนาของ พวกคอริญีย์เท่านั้นที่ยอมรับความเป็นผู้นำของผู้หญิง แต่ความเหนือกว่าของเพศชายไม่ได้หมายถึงการกดขี่เพศหญิง การขาดวัฒนธรรมอิสลาม ก่อให้เกิด ขอบเขตแห่งความมืดมนเพราะมีการละเมิดสิทธิของผู้หญิง มนุษย์เรานั้นแสดงความผูกพัน ทางด้านอารมณ์โดยการผ่านคำพูด การมองและการสัมผัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีความ สัมพันธ์ทางเพศ คนเคร่งครัดศาสนาชาวมุสลิมทั้งชายและหญิงที่คุ้นเคยอยู่กับซุนนะฮ์จะรู้ถึง ความสำราญทางกายเป็นอย่างดี ซุนนะฮ์ โดยตัวของมันเองนั้นเป็นตำราแห่งความรัก หะดีษจำนวนนับร้อยก่อให้เกิดศิลปะแห่งความรักของอิสลาม การเล้าโลมก่อนร่วมเพศเป็นเรื่องของศีลธรรม และ การแสวงหาด้านจิตวิญญาณทางศาสนาในอิสลาม และประสบการณ์างจิตวิทยาทางเพศต่อการถึงจุดสุดยอด เป็นบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาบุคลิกของมุสลิมกิจกรรมทางเพศที่ได้รับอนุญาต ได้ เพิ่มและก่อให้เกิดความเข้มแข็งต่อความสามารถทางด้านจิตใจของชาวมุสลิม ดังนั้นชีวิตทางเพศจึงไม่ใช่สิ่งต้องห้ามในอิสลามและชาวมุสลิมจะต้องรู้ถึง เพศศึกษาในอิสลาม และการทำให้คู่รักพอใจ ซึ่งโดยปกติแล้วมุสลิมทั้งชายและหญิงจะร่วมเพศครั้งแรกกับคู่แต่งงานเท่า นั้น

ความอายและความกังวลนั้นเป็นส่วนหนึ่งของทุก ๆ ประสบการณ์ใหม่ และมันจะหายไป เมื่อความแปลกแยกของบุคคลถูกแทนที่ โดยความรู้ที่เหมาะสม


แปลโดย: ดร.จรัญ มะลูลีม