วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

21 ข้อน่าคิดว่าจริงไหม?

1.รักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม เติบโตด้วยการจุมพิต และจบลงด้วยน้ำตา
2.อย่าเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้คุณ
3.ถ้าความรักไม่ใช่เกม,ทำไมจึงมีผู้เล่นเกมรักหลายคน
4.เพื่อนที่ดีนั้นหายาก แต่ยากกว่าในการจะลาจาก และเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมเลือน
5.คุณไปได้ไกลเท่าที่คุณผลักดันตัวเอง
6.การกระทำดังกว่าคำพูด
7.สิ่งที่ทำยากที่สุด คือ การมองดูคนที่คุณรัก ไปรักคนอื่น
8.อย่าให้อดีตยึดคุณไว้ คุณจะพลาดสิ่งดีๆที่จะผ่านมา
9.ชีวิตนั้นสั้นนัก ถ้าครั้งหนึ่งในชีวิต คุณไม่หยุดมองดูมันให้กว้างๆ ทั่วๆ สักครู่ คณจะพลาดมัน
10.เพื่อนที่ดีที่สุดเหมือน ใบไม้สี่กลีบ(สัญลักษณ์แห่งความโชคดี) ยากที่จะหาพบ และ โชคดีที่มีมัน
11.คนบางคนทำให้โลกนี้เป็นโลกที่แสนพิเศษเพียงแค่มีเค้าอยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น
12. มิตรแท้ คือ พี่-น้อง ที่พระเจ้า ลืมให้มาเกิดในครอบครัวเดียวกันกับเรา เท่านั้นเอง
13.เมื่อคุณเจ็บปวดที่จะมองกลับหลัง และ หวาดกลัวที่จะมองไปข้างหน้า เพียงคุณ มองไปข้างๆ เพื่อนที่ดีที่สุดของคุณจะอยู่ที่นั่น
14.สัมพันธภาพที่แท้จริงไม่มีวันจบสิ้น
15.เพื่อนจะคงอยู่ตลอดไป
16.เพื่อนที่ดีเหมือนดวงดาว คุณจะไม่ได้เห็นพวกเขาตลอดเวลา แต่คุณจะรู้ว่าเขาอยู่ที่นั่นเสมอ
17.อย่าขมวดคิ้วเลย เธอไม่เคยรู้หรอกว่ามีใครบางคนหลงรักรอยยิ้มของเธอ
18.คุณจะทำอย่างไร เมื่อคุณรู้ว่าเพียงคนๆเดียวที่จะทำให้คุณหยุดร้องไห้ได้ คือคนที่ทำให้คุณร้องไห้
19.ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งคุณตกหลุมรักเขาแล้ว (เมื่อคุณหลงรักใคร คุณจะคิดว่าเขาสมบูรณ์แบบ)
20.ทุกสิ่งทุกอย่างจะ OK ตอนจบ ถ้าไม่แล้ว แสดงว่านั่นยังไม่ใช่จุดจบ
21.คนส่วนมากผ่านมาและผ่านไปในชีวิตคุณ แต่มีเพียงเพื่อนเท่านั้นที่ทิ้งรอยเท้าไว้ในหัวใจคุณ

-------------------------

จาก เว็บวัดยานนาวา

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การศึกษาเพื่อชีวิต

         การศึกษาเป็นพื้นฐานแรกของชีวิตเราและเป็นเครื่องเพิ่มพูนปัญญา ที่เราทุกคนจำเป็นต้องมีการศึกษาเพราะการศึกษาเป็นเครื่องชี้นำความสว่างของชีวิตเรา เปรียบเสมือนเข็มทิศที่คอยชี้ทางให้กับเราไปสู่จุดมุ่งหมายของชีวิต และการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุดเราสามารถศึกษาได้ตลอดชีวิต การศึกษาจะเป็นบันไดสู่ความสำเร็จในอนาคต

คนเราเกิดมามีชีวิตที่เหมือนกันมีสมองเหมือนกัน แตกต่างกันที่ตรงความคิด บางคนคิดดีแต่ทำในสิ่งที่ไม่ดี อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมเป็นตัวนำพา หรือบางคนคิดทำในสิ่งที่ไม่ดี แต่ทำในสิ่งที่ดีๆอาจเกิดจากบุคคลรอบข้าง หรือการปลูกฝังและการตักเตือนของพ่อแม่รวมไปถึงการตักเตือนของครูบาอาจารย์ และระดับของการศึกษาของบุคคล แต่การศึกษาจะช่วยให้เรามีความคิดที่เหมือนกันได้เพราะว่าทุกคนได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน

การศึกษาเป็นพื้นฐานทางการศึกษาที่จำเป็นที่คนทุกคนจะต้องได้รับรู้อย่างทั่วถึงทุกคน ถ้าทุกคนได้รับอย่างครบถ้วน และเพียงพอแล้วก็จะทำให้เกิดทักษะลักษณะและนิสัยที่พึงประสงค์ได้ การศึกษาจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็นเพียงสำหรับคนบางคนเท่านั้น แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่ขาดความพร้อมในปัจจัยต่างๆเพื่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพยิ่งมีความจำเป็นมากที่สุด

การศึกษาของเด็กในปัจจุบันเป็นการศึกษาที่พ่อแม่เป็นคนกำหนดให้ลูกได้เรียน เป็นการวางเป้าหมายให้กับลูก โดยไม่คำนึงถึงความต้องการและความถนัดของเด็กว่า เด็กต้องการ ที่จะศึกษาทางด้านไหน เด็กจบชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาและกำลังจะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พ่อแม่ก็วางแผนแล้วว่าจะให้ลูกเรียนทางด้านที่ตัวเองอยากให้ลูกเป็น เช่น พ่อแม่เป็นข้าราชการครูลูกก็ต้องเป็นข้าราชการครูเหมือนพ่อแม่ เป็นต้น ถ้าลูกไม่ต้องการหรือไม่ถนัดก็บังคับให้เรียน เป็นการบังคับให้เด็กเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด แล้วถ้าหากผลการเรียนต่ำก็โทษเด็กว่าไม่ตั้งใจเรียน ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง

เด็กไทยปัจจุบันนี้บางคนหวังแค่ใบปริญญา แต่ไม่ได้หวังถึงประสบการณ์ และความรู้ที่ได้รับในช่วงที่ยังศึกษาอยู่ หวังแค่ให้พ่อแม่ภูมิใจเมื่อมีใบปริญญามาติดที่ฝาพนังบ้าน มีรูปชุดปริญญา ที่สวยๆเขาคงลืมคิดไปว่า ใบปริญญานั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ชีวิตของเราสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ แต่ประสบการณ์และการฝึกประสบการณ์ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ที่จะนำไปใช้ ในการทำงาน ในอนาคต อนาคตของเราจะดีได้ก็ต่อเมื่อเราทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ หาอะไรใหม่ๆให้ชีวิตไม่ใช่ว่าจะหาแต่ในตำราเรียน แต่เราต้องออกหาประสบการณ์เพิ่มเติมเต็มสิ่งที่ตำราเรียน ไม่สามารถให้ กับเราได้นอกจากตัวเราเองที่จะหามา

การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยปัจจุบันมีทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยเปิด ซึ่งระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยแบ่งเป็นคณะเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนรักและฝันอยากจะเป็น ในอนาคต เป้าหมายการเป็นบัณฑิต คือ การนำความรู้คู่คุณธรรมไปประกอบอาชีพ เพื่อช่วยเหลือตัวเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติสืบไป

“คนที่มีการศึกษาใช่ว่าจะเป็นคนดีเสมอไปและคนที่ไม่มีการศึกษาใช่ว่าจะเป็นคนเลวของสังคม” สังคมปัจจุบันตัดสินคนด้วยการศึกษาคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือหรือไม่มีการศึกษาสังคมก็ตัดสินว่าคนๆนั้นเป็นที่รังเกียจของสังคมเป็นคนที่สังคมไม่ยอมรับโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้เขาไม่ได้เรียนหนังสือ และคนที่เรียนหนังสือก็ใช่ว่าจะเป็นคนดีเสมอ บางทีคนที่มีการศึกษาสูง แต่จิตใจต่ำ ดูถูกคนที่ต่ำกว่าใช้ความรู้ในทางที่ผิด สังคมก็ให้เกียรตินับถือเป็นที่ชื่นชมของสังคม

ผู้เขียนเห็นว่าว่าการศึกษาของไทยปัจจุบันให้ความสำคัญต่อการศึกษาไม่เท่าเทียมกัน คือเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่าดูถูกคนที่ต่ำกว่า คนมีเงินสามารถเรียนได้สูงๆ คนจนหรือคนที่ไม่กำลังทรัพย์เพียงพอที่ใช้ในการเรียน สูงก็ไม่มีโอกาสได้เรียนถึงแม้ว่ามีทุนการศึกษาจากองค์กรต่างๆ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะรองรับต่อประชากรในประเทศที่ยังไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา

สังคมจะดีได้ก็ต่อเมื่อเด็กไทยได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน และเด็กไทยทุกคนจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการศึกษา การศึกษานั้นใช่ว่าผู้ปกครองจะเป็นผู้บังคับเด็กให้เรียนในสิ่งที่ตนเองชอบแต่กลับกัน คือเด็กต้องเรียนในสิ่งที่ตนชอบและเด็กต้องเรียนอย่างตั้งใจ ต้องไขว่คว้าทั้ง ใบปริญญาบัตร ความรู้ และประสบการณ์ ให้ได้มากที่สุดเพื่ออนาคตในวันข้างหน้าและเพื่อความภาคภูมิใจของพ่อแม่ และมีการงานที่ดีในอนาคต




มูหามะนาซูวันดี สาแม

ภูษิต บินสัน

วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เมื่ออามานะฮฺสาปสูญ

พี่น้องผู้ร่วมในศรัทธาทุกท่าน ! การแข่งขันที่รุนแรงและโหดมากที่สุดก็คือ การแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง อำนาจ ไม่ว่าจะอยู่ในระบบประชาธิปไตยหรือสังคมนิยมก็ตาม เพราะได้มาด้วยวิธีการ 2 ประการคือ
1. การสังหาร
2 . และการใช้เงินทอง
ในอิสลามนั้นการกระหายที่จะได้ยศฐาบรรดาศักดิ์นั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่ด้อยค่า และไร้ศักดิ์ศรีเพราะท่านนบีได้บอกไว้ว่าพวกเขาจะถูกปล่อยให้ช่วยเหลือตัวเองอย่างเดียวดายไม่มีการช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ เพราะจะเป็นการพิสูจน์ว่าตำแหน่งที่พวกเขาได้มานั้นเป็นตำแหน่งแห่งการถูกทดสอบ หรือเก้าอี้แห่งฟิตนะฮฺที่มีแต่ความวุ่นวาย การได้มาซึ่งตำแหน่งดังกล่าวมิใช่เพื่อการรับใช้อัลลอฮ์ แต่เป็นการรับใช้อารมณ์ใฝ่ต่ำของตนเอง ดังนั้นจะไม่มีคำว่า “ ความรับผิดชอบหรืออามานะฮฺ ” ที่มนุษย์เองเสนอตัวต่ออัลลอฮ์ที่จะแบกรับในขณะที่สิ่งอื่นๆ ไม่กล้ายอมรับ ดังที่ อัลลอฮ์ซุบหฺฯ ได้ตรัสไว้ว่า
ความว่า : “ แท้จริงเราได้นำเสนออามานะฮฺต่อชั้นฟ้าทั้งหลาย แผ่นดิน และภูเขา สิ่งเหล่านั้นได้ปฏิเสธที่จะแบกรับและหวั่นเกรงต่อมัน และมนุษย์ได้แบกรับมัน แท้จริงมนุษย์นั้นอธรรมยิ่ง เขลายิ่ง ” (อัล – อะซาบ 33:72)
แล้วอามานะฮฺคืออะไร ? นักวิชาการได้ให้ความหมายไว้มากมาย แต่สรุปประเด็นสำคัญได้ 3 ประการคือ
1 - ภาระหน้าที่ๆถูกมอบหมาย
2 - การยอมรับคำบัญชาใช้
3 - และการออกห่างไกลจากที่ถูกกำหนดห้าม
นอกจากนี้อามานะฮฺยังถูกเชื่อมกับการเกิดวันโลกใหม่หรือวันกิยามะฮฺ ดังที่อบูฮุรอยเราะฮฺได้รายงานไว้ว่า ท่านนบีได้กล่าวไว้ว่า : “ เมื่ออามานะฮฺสาปสูญ จงรอการเกิดวันกิยามะฮฺเถิด ” มีคนถามท่านว่า : มันสาปสูญได้ อย่างไร ? ท่านกล่าวว่า : “ เมื่อกิจการสำคัญ (เช่น การปกครอง) ถูกมอบให้แก่คนที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจงรอการเกิด วันกิยามะฮฺเถิด ” (โดยบุคอรี)
ณ วันนี้พวกเราก็ได้เห็นลางของการเกิดวันกิยามะฮฺบ้างแล้ว นั้นคือความไม่รับผิดชอบในตำแหน่งที่ได้รับทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้พยายามวิ่งเต้นจะได้มาซึ่งตำแหน่ง แม้กระทั่งตำแหน่งอิหม่ามและกรรมการมัสญิด ก็มีการใช้เงินเป็นใบเบิกทาง เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วกรรมการบางคนไม่เคยมามัสญิด พี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่าน ! สิ่งที่ท่านนบี ได้เคยพูดไว้ล่วงหน้าเมื่อพันกว่าปีกำลังกลายเป็นความจริง เด่นชัดขึ้นทุกวันแล้วนั้นคือ ผู้ชายผู้หญิงจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกันง่ายขึ้น แม้กระทั่งในท้องถนน
ขณะนี้มีข่าวแพร่สะพัดจากการสำรวจความเป็นจริงของสำนักวิชาการหลายสำนักพบว่า การสำส่อนทางเพศในหมู่นักเรียนนักศึกษากำลังเป็นที่นิยม และกระทำกันอย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง นอกจากนักเรียนมัธยมต้นเริ่มขายตัวกับพวกอ้ายเฒ่าหัวงู โดยข้ออ้างเดิมๆ ที่ว่า
* เพราะความจน
* เพราะถูกบีบบังคับ
* เพราะถูกหลอกลวง
แม้แต่สิ่งดังกล่าวเป็นความจริง แต่เป็นความจริงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนความเป็นจริงในส่วนลึกก็คือ ค่านิยม ที่ถูกปลูกฝังในตัวของเด็กโดยสิ่งแวดล้อมรอบตัวของสังคม ก็คือ
* เงินคือพระเจ้า
* ความอยากใช้ของแพง
* การได้ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย
* การได้เที่ยวเตร่ในสถานที่เริงรมย์
* การไม่คำนึงถึงศีลธรรมของศาสนา
* การหมดความละอายและไม่เห็นความสำคัญของพรหมจรรย์
* และการไม่รู้จักเป้าหมายของชีวิต
ส่วนในด้านของผู้ชายก็คือค่านิยมในการหลับนอนกับเด็กวัยรุ่น ยิ่งเด็กเท่าไหร่ยิ่งชอบจนกลายเป็นแฟชั่น เพราะผู้ชายเหล่านั้นมีฐานะทางการเงินดี ไม่ว่าจะเป็น
* ตำรวจ
* ทหาร
* นักธุรกิจ
* และพวกหน้ามืดทั้งหลาย
ในเรื่องนี้อัลลอฮ์มิได้ทรงห้ามการกระทำเพียงอย่างเดียว แต่ทรงห้ามแม้กระทั่งการเข้าใกล้ ดังที่ได้ตรัสไว้ว่า
ความว่า : “ และจงอย่าเข้าใกล้การซินา เพราะมันเป็นความลามก และหนทางการมีเพศสัมพันธ์ที่เลวร้าย ” (อัล - อิสรออฺ 17:32)
ทำไมการซินาจึงถือว่าเป็นความลามก ? ทำไมจะไม่ลามก เพราะพวกเขาไม่ได้มีความจริงใจ นอกจากต้องการ เพียงสนองความใคร่ของตัวเองเท่านั้น และฝ่ายหญิงก็ต้องการเพียงได้เงินได้ทองไปฉลองความสุขของตัวเอง แล้วมันเป็นวิถีทางที่เลวร้ายอย่างไร ? มันเลวร้าย เพราะมันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ผู้ใฝ่ความเจริญ แต่มันเป็น วิถีทางของพวกสัตว์เดรฉาน และถ้าเกิดทารกพวกเขาจะไม่รับผิดชอบ เพราะการมีเพศสัมพันธ์เช่นนั้นเพียงเพื่อความสนุกและการเสพย์อารมณ์แห่งความต้องการเท่านั้น
ดังนั้นอิสลามยังได้วางโทษไว้รุนแรงเพื่อสกัดกั้นการสำส่อนทางเพศ มิให้ขยายตัวจนเป็นโรคร้ายของสังคม ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ เมื่อใดที่การมีเพศสัมพันธ์โดยการซินาถูกกระทำกันอย่างเปิดเผย ไม่มีความละอาย
เมื่อนั้นโรคร้ายจะเกิดขึ้นและโรคนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แน่นอน โรคเอดส์ ย่อมเป็นโรคหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการผิดประเวณีที่ขายบริการ ที่กำลังจะถูกทำให้เป็นความถูกต้องทางกฎหมาย ผู้หญิงขายตัวเพราะอ้างความจนและ ถูกหลอกลวง แต่นักการเมืองที่ขายตัวจะอ้างอะไรดี !!!! ไม่ว่าจะเป็นละหมาด 5 เวลา หรือละหมาดวันศุกร์
บางท้องที่คนที่อ่านอัล-กุรอานยังไม่ถูกต้องดีแต่ก็ถูกเลือกให้เป็นอิหม่าม เพราะมีญาติพี่น้องมาก พร้อมทั้งมี  ฐานะ

ผู้เขียน : คุตบะห์โดย: อ.วิทยา วิเศษรัตน์
ที่มา : www.addeen.com

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ผลบุญของการละหมาดตะรอวีหฺ คืนที่ 1-30

อ้างจากหนังสือดุรเราะตุนนาศีหีน อ้างถึงรายงานจากท่านอลีเราะฏิยัลลอฮุอันฮุ ความว่า




คืนที่1 ผู้ละหมาดจะไม่มีบาปเหมือนกับตอนที่เขาถูกคลอดจากท้องมารดาใหม่ๆ

คืนที่ 2 อัลเลาะห์อภัยโทษแก่เขาและบิดาของเขาหากเขาทั้งสองเป็นผู้ที่ศรัทธาต่ออัลเลาะห์

คืนที่ 3 มาลาอีกะจะประกาศใต้อารัชว่าเจ้าจงเริ่มทำความดีเถิดเพราะความชั่วทั้งหลายถูกลบล้างออกไปหมดแล้วเจ้าจงใช้ชีวิตให้สวยงามต่อไป

คืนที่4 เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับคนที่อ่านคัมภีร์เตารอต อินยีล ซาบูรและอัลกรุอาน

คืนที่5 ได้รับผลบุญเท่ากับผู้ที่ได้ไปละหมาดทีมัสยิดหะรอม มัสยิดนาบาวีมัสยิดอัลอักซอ

คืนที่ 6ได้รับผลบุญเท่ากับผู้ที่ไปทำเตาวาฟ ณ บัลตุลมะมุร (กิบลัตของมาลาอีกะตรงกับบัยตุลเลาะ)หินและของมีค่าทั้งหมดในโลกนี้จะขออภัยให้แก่เขา

คืนที่ 7 ได้ผลบุญเหมือนกับเขาได้เกิดในสมัยที่ท่านนาบีมูซาสงครามกับฟิรอูนและฮามาน

คืนที่ 8จะได้รับผลบุญเหมือนกับอัลเลาะห์ได้ประทานแก่นาบีอิบฮีม (อ.)

คืนที่ 9 บุญที่ได้รับจะเท่ากับบุญการอีบาดะของนาบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.)

คืนที่ 10 อัลเลาะห์จะทรงบันดาลให้พบแต่ความดีงามทั้งโลกนี้และโลกหน้า

คืนที่ 11 หากพวกเขาสิ้นชีวิตในคืนนี้ เขาก็เหมือนกับทากรที่ถูกคลอดใหม่ๆ

คืนที่ 12 เขาจะเกิดมาในวันกียามะด้วยใบหน้าที่ดุจดั่งจันทร์เพ็ญ

คืนที่ 13 เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ในวันกียามะ

คืนที่ 14 ในวันกียามะมาลาอีกะจะเป็นพยานยืนเคียงข้างเขา

คืนที่ 15 มาลาอีกะตลอดจนมาลักที่แบกอารัชต่างๆจะอวยพรให้แก่เขา

คืนที่ 16 เขาจะถูกบันทึกว่าเป็นผู้ปลอดภัยจากนรก

คืนที่ 17เขาจะได้บุญเท่ากับผลบุญบรรดานาบีรวมกัน

คืนที่ 18 มาลาอีกะจะประกาศชื่อของเขาว่า แน่แท้พระองค์อัลเลาะห์ทรงอภัยในตัวเขาและบิดามารดาของเขา

คืนที่ 19 อัลเลาะห์จะยกฐานะอันสูงส่งในชั้นฟิรเดาส์

คืนที่ 20 เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผู้ที่ตายชาฮีด

คืนที่ 21 อัลเลาะห์จะสร้างบ้านหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยรัศมีให้แก่เขา

คืนที่ 22 เขาจะไปปรากฏตัวในวันกียามะโดยปราศจากความทุกข์

คืนที่ 23 อัลเลาะห์ได้เตรียมเมืองไว้สำหรับให้เขาครอบครอง

คืนที่ 24 อัลเลาะห์เปิดโอกาสรับดุอายี ่สิบสี่ประการ

คืนที่ 25 อัลเลาะห์ทรงยกโทษในกุโบร์ให้แก่เขา

คืนที่ 26 อัลเลาะห์ทรงยกผลบุญเท่ากับทำอีบาดะสี่สิบปี

คืนที่ 27 เขาจะเดินผ่านสะพานซีร็อตดุจฟ้าแลบ

คืนที่ 28 อัลเลาะห์ทรงยกฐานะให้เขาหนึ่งพันชั้น

คืนที่ 29 อัลเลาะห์ทรงประทานผลบุญให้เท่ากับประกอบพิธีฮัจย์หนึ่งพั นครั้ง

คืนที่ 30 อัลเลาะห์ทรงกล่าวว่า " โอ้บ่าวของฉันจงมารับประทานผลไม้ในสวรรค์และจงอาบน้ำซัลซาบีล (ซึ่งเป็นน้ำทิพย์ในสวรรค์)จงดื่มน้ำอัลเกาซัรซึ่งเราเป็นเจ้าของ เจ้าเป็นบ่าวของเรา เจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข้อคิดในการใช้ชีวิต

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด


1. อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้

2. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตามเราไม่ต้องไปคุยทับปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย

3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่ว ๆเท่านั้น

4. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง

5. จะคิดการใดจงคิดการให้ใหญ่ๆเข้าไว้แต่เติมความสุขสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย

6. หัดทำสิ่งดี ๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้

7. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น

8. เวลาเล่นเกมกับเด็ก ๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด

9. ใครจะวิจารณ์เรายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้

10. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ สองแต่อย่าให้ถึงสาม

11. อย่าวิจารณ์นายจ้างถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ

12. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไร ๆ มันก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก

13. ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า ใคร เป็นคนถูกแต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า อะไร คือสิ่งที่ถูก

14. เราไม่ได้ต่อสู้กับ คนโหดร้าย แต่เราต่อสู้กับ ความโหดร้าย ในตัวคน

15. คิดให้รอบคอบก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ

16. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน

18. เป็นคนถ่อมตนคนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด

19. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด...สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้

20. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม

21. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่ายถ้ามีใครมาถามเราว่า เป็นยังไงบ้างตอนนี้ ก็บอกเขาไปเลยว่า สบายมาก

22. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่าๆกับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์ , ไมเคิลแอนเจลโล , แม่ชีเทเรซา, ลีโอนาร์โด ดา

วินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรืออัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั่นเอง

23. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยวเมื่อเหลียวกลับไปดูอดีตเราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำมากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว

24. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น

25. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น

26. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดี ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งใหญ่จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น

27. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น

28. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด

29. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ กว้างขวาง มากกว่าการมีชีวิตให้ ยืนยาว

30. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ คุณทำอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า?





เครดิต-Kawsarn.com