วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การศึกษาเพื่อชีวิต

         การศึกษาเป็นพื้นฐานแรกของชีวิตเราและเป็นเครื่องเพิ่มพูนปัญญา ที่เราทุกคนจำเป็นต้องมีการศึกษาเพราะการศึกษาเป็นเครื่องชี้นำความสว่างของชีวิตเรา เปรียบเสมือนเข็มทิศที่คอยชี้ทางให้กับเราไปสู่จุดมุ่งหมายของชีวิต และการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุดเราสามารถศึกษาได้ตลอดชีวิต การศึกษาจะเป็นบันไดสู่ความสำเร็จในอนาคต

คนเราเกิดมามีชีวิตที่เหมือนกันมีสมองเหมือนกัน แตกต่างกันที่ตรงความคิด บางคนคิดดีแต่ทำในสิ่งที่ไม่ดี อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมเป็นตัวนำพา หรือบางคนคิดทำในสิ่งที่ไม่ดี แต่ทำในสิ่งที่ดีๆอาจเกิดจากบุคคลรอบข้าง หรือการปลูกฝังและการตักเตือนของพ่อแม่รวมไปถึงการตักเตือนของครูบาอาจารย์ และระดับของการศึกษาของบุคคล แต่การศึกษาจะช่วยให้เรามีความคิดที่เหมือนกันได้เพราะว่าทุกคนได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน

การศึกษาเป็นพื้นฐานทางการศึกษาที่จำเป็นที่คนทุกคนจะต้องได้รับรู้อย่างทั่วถึงทุกคน ถ้าทุกคนได้รับอย่างครบถ้วน และเพียงพอแล้วก็จะทำให้เกิดทักษะลักษณะและนิสัยที่พึงประสงค์ได้ การศึกษาจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็นเพียงสำหรับคนบางคนเท่านั้น แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่ขาดความพร้อมในปัจจัยต่างๆเพื่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพยิ่งมีความจำเป็นมากที่สุด

การศึกษาของเด็กในปัจจุบันเป็นการศึกษาที่พ่อแม่เป็นคนกำหนดให้ลูกได้เรียน เป็นการวางเป้าหมายให้กับลูก โดยไม่คำนึงถึงความต้องการและความถนัดของเด็กว่า เด็กต้องการ ที่จะศึกษาทางด้านไหน เด็กจบชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาและกำลังจะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พ่อแม่ก็วางแผนแล้วว่าจะให้ลูกเรียนทางด้านที่ตัวเองอยากให้ลูกเป็น เช่น พ่อแม่เป็นข้าราชการครูลูกก็ต้องเป็นข้าราชการครูเหมือนพ่อแม่ เป็นต้น ถ้าลูกไม่ต้องการหรือไม่ถนัดก็บังคับให้เรียน เป็นการบังคับให้เด็กเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด แล้วถ้าหากผลการเรียนต่ำก็โทษเด็กว่าไม่ตั้งใจเรียน ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง

เด็กไทยปัจจุบันนี้บางคนหวังแค่ใบปริญญา แต่ไม่ได้หวังถึงประสบการณ์ และความรู้ที่ได้รับในช่วงที่ยังศึกษาอยู่ หวังแค่ให้พ่อแม่ภูมิใจเมื่อมีใบปริญญามาติดที่ฝาพนังบ้าน มีรูปชุดปริญญา ที่สวยๆเขาคงลืมคิดไปว่า ใบปริญญานั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ชีวิตของเราสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ แต่ประสบการณ์และการฝึกประสบการณ์ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ที่จะนำไปใช้ ในการทำงาน ในอนาคต อนาคตของเราจะดีได้ก็ต่อเมื่อเราทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ หาอะไรใหม่ๆให้ชีวิตไม่ใช่ว่าจะหาแต่ในตำราเรียน แต่เราต้องออกหาประสบการณ์เพิ่มเติมเต็มสิ่งที่ตำราเรียน ไม่สามารถให้ กับเราได้นอกจากตัวเราเองที่จะหามา

การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยปัจจุบันมีทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยเปิด ซึ่งระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยแบ่งเป็นคณะเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนรักและฝันอยากจะเป็น ในอนาคต เป้าหมายการเป็นบัณฑิต คือ การนำความรู้คู่คุณธรรมไปประกอบอาชีพ เพื่อช่วยเหลือตัวเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติสืบไป

“คนที่มีการศึกษาใช่ว่าจะเป็นคนดีเสมอไปและคนที่ไม่มีการศึกษาใช่ว่าจะเป็นคนเลวของสังคม” สังคมปัจจุบันตัดสินคนด้วยการศึกษาคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือหรือไม่มีการศึกษาสังคมก็ตัดสินว่าคนๆนั้นเป็นที่รังเกียจของสังคมเป็นคนที่สังคมไม่ยอมรับโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้เขาไม่ได้เรียนหนังสือ และคนที่เรียนหนังสือก็ใช่ว่าจะเป็นคนดีเสมอ บางทีคนที่มีการศึกษาสูง แต่จิตใจต่ำ ดูถูกคนที่ต่ำกว่าใช้ความรู้ในทางที่ผิด สังคมก็ให้เกียรตินับถือเป็นที่ชื่นชมของสังคม

ผู้เขียนเห็นว่าว่าการศึกษาของไทยปัจจุบันให้ความสำคัญต่อการศึกษาไม่เท่าเทียมกัน คือเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่าดูถูกคนที่ต่ำกว่า คนมีเงินสามารถเรียนได้สูงๆ คนจนหรือคนที่ไม่กำลังทรัพย์เพียงพอที่ใช้ในการเรียน สูงก็ไม่มีโอกาสได้เรียนถึงแม้ว่ามีทุนการศึกษาจากองค์กรต่างๆ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะรองรับต่อประชากรในประเทศที่ยังไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา

สังคมจะดีได้ก็ต่อเมื่อเด็กไทยได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน และเด็กไทยทุกคนจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการศึกษา การศึกษานั้นใช่ว่าผู้ปกครองจะเป็นผู้บังคับเด็กให้เรียนในสิ่งที่ตนเองชอบแต่กลับกัน คือเด็กต้องเรียนในสิ่งที่ตนชอบและเด็กต้องเรียนอย่างตั้งใจ ต้องไขว่คว้าทั้ง ใบปริญญาบัตร ความรู้ และประสบการณ์ ให้ได้มากที่สุดเพื่ออนาคตในวันข้างหน้าและเพื่อความภาคภูมิใจของพ่อแม่ และมีการงานที่ดีในอนาคต




มูหามะนาซูวันดี สาแม

ภูษิต บินสัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น