วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เมื่ออามานะฮฺสาปสูญ

พี่น้องผู้ร่วมในศรัทธาทุกท่าน ! การแข่งขันที่รุนแรงและโหดมากที่สุดก็คือ การแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง อำนาจ ไม่ว่าจะอยู่ในระบบประชาธิปไตยหรือสังคมนิยมก็ตาม เพราะได้มาด้วยวิธีการ 2 ประการคือ
1. การสังหาร
2 . และการใช้เงินทอง
ในอิสลามนั้นการกระหายที่จะได้ยศฐาบรรดาศักดิ์นั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่ด้อยค่า และไร้ศักดิ์ศรีเพราะท่านนบีได้บอกไว้ว่าพวกเขาจะถูกปล่อยให้ช่วยเหลือตัวเองอย่างเดียวดายไม่มีการช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ เพราะจะเป็นการพิสูจน์ว่าตำแหน่งที่พวกเขาได้มานั้นเป็นตำแหน่งแห่งการถูกทดสอบ หรือเก้าอี้แห่งฟิตนะฮฺที่มีแต่ความวุ่นวาย การได้มาซึ่งตำแหน่งดังกล่าวมิใช่เพื่อการรับใช้อัลลอฮ์ แต่เป็นการรับใช้อารมณ์ใฝ่ต่ำของตนเอง ดังนั้นจะไม่มีคำว่า “ ความรับผิดชอบหรืออามานะฮฺ ” ที่มนุษย์เองเสนอตัวต่ออัลลอฮ์ที่จะแบกรับในขณะที่สิ่งอื่นๆ ไม่กล้ายอมรับ ดังที่ อัลลอฮ์ซุบหฺฯ ได้ตรัสไว้ว่า
ความว่า : “ แท้จริงเราได้นำเสนออามานะฮฺต่อชั้นฟ้าทั้งหลาย แผ่นดิน และภูเขา สิ่งเหล่านั้นได้ปฏิเสธที่จะแบกรับและหวั่นเกรงต่อมัน และมนุษย์ได้แบกรับมัน แท้จริงมนุษย์นั้นอธรรมยิ่ง เขลายิ่ง ” (อัล – อะซาบ 33:72)
แล้วอามานะฮฺคืออะไร ? นักวิชาการได้ให้ความหมายไว้มากมาย แต่สรุปประเด็นสำคัญได้ 3 ประการคือ
1 - ภาระหน้าที่ๆถูกมอบหมาย
2 - การยอมรับคำบัญชาใช้
3 - และการออกห่างไกลจากที่ถูกกำหนดห้าม
นอกจากนี้อามานะฮฺยังถูกเชื่อมกับการเกิดวันโลกใหม่หรือวันกิยามะฮฺ ดังที่อบูฮุรอยเราะฮฺได้รายงานไว้ว่า ท่านนบีได้กล่าวไว้ว่า : “ เมื่ออามานะฮฺสาปสูญ จงรอการเกิดวันกิยามะฮฺเถิด ” มีคนถามท่านว่า : มันสาปสูญได้ อย่างไร ? ท่านกล่าวว่า : “ เมื่อกิจการสำคัญ (เช่น การปกครอง) ถูกมอบให้แก่คนที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจงรอการเกิด วันกิยามะฮฺเถิด ” (โดยบุคอรี)
ณ วันนี้พวกเราก็ได้เห็นลางของการเกิดวันกิยามะฮฺบ้างแล้ว นั้นคือความไม่รับผิดชอบในตำแหน่งที่ได้รับทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้พยายามวิ่งเต้นจะได้มาซึ่งตำแหน่ง แม้กระทั่งตำแหน่งอิหม่ามและกรรมการมัสญิด ก็มีการใช้เงินเป็นใบเบิกทาง เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วกรรมการบางคนไม่เคยมามัสญิด พี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่าน ! สิ่งที่ท่านนบี ได้เคยพูดไว้ล่วงหน้าเมื่อพันกว่าปีกำลังกลายเป็นความจริง เด่นชัดขึ้นทุกวันแล้วนั้นคือ ผู้ชายผู้หญิงจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกันง่ายขึ้น แม้กระทั่งในท้องถนน
ขณะนี้มีข่าวแพร่สะพัดจากการสำรวจความเป็นจริงของสำนักวิชาการหลายสำนักพบว่า การสำส่อนทางเพศในหมู่นักเรียนนักศึกษากำลังเป็นที่นิยม และกระทำกันอย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง นอกจากนักเรียนมัธยมต้นเริ่มขายตัวกับพวกอ้ายเฒ่าหัวงู โดยข้ออ้างเดิมๆ ที่ว่า
* เพราะความจน
* เพราะถูกบีบบังคับ
* เพราะถูกหลอกลวง
แม้แต่สิ่งดังกล่าวเป็นความจริง แต่เป็นความจริงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนความเป็นจริงในส่วนลึกก็คือ ค่านิยม ที่ถูกปลูกฝังในตัวของเด็กโดยสิ่งแวดล้อมรอบตัวของสังคม ก็คือ
* เงินคือพระเจ้า
* ความอยากใช้ของแพง
* การได้ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย
* การได้เที่ยวเตร่ในสถานที่เริงรมย์
* การไม่คำนึงถึงศีลธรรมของศาสนา
* การหมดความละอายและไม่เห็นความสำคัญของพรหมจรรย์
* และการไม่รู้จักเป้าหมายของชีวิต
ส่วนในด้านของผู้ชายก็คือค่านิยมในการหลับนอนกับเด็กวัยรุ่น ยิ่งเด็กเท่าไหร่ยิ่งชอบจนกลายเป็นแฟชั่น เพราะผู้ชายเหล่านั้นมีฐานะทางการเงินดี ไม่ว่าจะเป็น
* ตำรวจ
* ทหาร
* นักธุรกิจ
* และพวกหน้ามืดทั้งหลาย
ในเรื่องนี้อัลลอฮ์มิได้ทรงห้ามการกระทำเพียงอย่างเดียว แต่ทรงห้ามแม้กระทั่งการเข้าใกล้ ดังที่ได้ตรัสไว้ว่า
ความว่า : “ และจงอย่าเข้าใกล้การซินา เพราะมันเป็นความลามก และหนทางการมีเพศสัมพันธ์ที่เลวร้าย ” (อัล - อิสรออฺ 17:32)
ทำไมการซินาจึงถือว่าเป็นความลามก ? ทำไมจะไม่ลามก เพราะพวกเขาไม่ได้มีความจริงใจ นอกจากต้องการ เพียงสนองความใคร่ของตัวเองเท่านั้น และฝ่ายหญิงก็ต้องการเพียงได้เงินได้ทองไปฉลองความสุขของตัวเอง แล้วมันเป็นวิถีทางที่เลวร้ายอย่างไร ? มันเลวร้าย เพราะมันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ผู้ใฝ่ความเจริญ แต่มันเป็น วิถีทางของพวกสัตว์เดรฉาน และถ้าเกิดทารกพวกเขาจะไม่รับผิดชอบ เพราะการมีเพศสัมพันธ์เช่นนั้นเพียงเพื่อความสนุกและการเสพย์อารมณ์แห่งความต้องการเท่านั้น
ดังนั้นอิสลามยังได้วางโทษไว้รุนแรงเพื่อสกัดกั้นการสำส่อนทางเพศ มิให้ขยายตัวจนเป็นโรคร้ายของสังคม ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ เมื่อใดที่การมีเพศสัมพันธ์โดยการซินาถูกกระทำกันอย่างเปิดเผย ไม่มีความละอาย
เมื่อนั้นโรคร้ายจะเกิดขึ้นและโรคนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แน่นอน โรคเอดส์ ย่อมเป็นโรคหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการผิดประเวณีที่ขายบริการ ที่กำลังจะถูกทำให้เป็นความถูกต้องทางกฎหมาย ผู้หญิงขายตัวเพราะอ้างความจนและ ถูกหลอกลวง แต่นักการเมืองที่ขายตัวจะอ้างอะไรดี !!!! ไม่ว่าจะเป็นละหมาด 5 เวลา หรือละหมาดวันศุกร์
บางท้องที่คนที่อ่านอัล-กุรอานยังไม่ถูกต้องดีแต่ก็ถูกเลือกให้เป็นอิหม่าม เพราะมีญาติพี่น้องมาก พร้อมทั้งมี  ฐานะ

ผู้เขียน : คุตบะห์โดย: อ.วิทยา วิเศษรัตน์
ที่มา : www.addeen.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น